รายละเอียดสินค้า
RELX INFINITY 2 PLUS
RELX INFINITY 2 PLUS คือบุหรี่ไฟฟ้าระบบปิด (Close System) รุ่นล่าสุดจากแบรนด์ RELX ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานยุคใหม่ ทั้งในเรื่องของดีไซน์ที่หรูหรา เทคโนโลยีที่ทันสมัย และประสบการณ์การสูบที่ยกระดับขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการพัฒนาให้ผู้ใช้งานสามารถปรับระดับไฟ (watt) ได้ด้วยตัวเอง ทำให้ตอบโจทย์ทั้งสายควันจัดและสายฟีลนุ่ม ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่หาไม่ได้ง่าย ๆ ในพอตระบบปิดทั่วไป
ที่สำคัญยังรองรับหัวพอตหลากหลายรุ่น ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกกลิ่นที่ชอบได้มากขึ้นโดยไม่ต้องจำกัดเฉพาะรุ่นเดียว ถือว่าเป็นการรวมจุดแข็งของพอตระบบปิดและระบบเปิดไว้ในเครื่องเดียว เหมาะสำหรับทั้งผู้ใช้หน้าใหม่และผู้ใช้งานที่มีประสบการณ์แล้ว
ดีไซน์และวัสดุที่ออกแบบมาเพื่อความหรูหราและการใช้งานจริง
โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เรียบหรู พื้นผิวสัมผัสแบบแมตต์ให้ความรู้สึกพรีเมียมในมือ และโครงสร้างภายนอกที่ใช้วัสดุโลหะผสมอะลูมิเนียมเกรดสูงเพื่อความทนทานต่อแรงกระแทก แต่ยังคงน้ำหนักเบาเพียง 18.6 กรัม จึงเหมาะกับการพกพาในชีวิตประจำวัน ตัวเครื่องมีขนาดเพียง 87 มม. ซึ่งเล็กกะทัดรัด สามารถใส่กระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงได้แบบไม่เกะกะ มีให้เลือกมากถึง 6 สี ทั้งแบบโทนเข้มเรียบหรู และโทนสดใสเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ทุกกลุ่ม ได้แก่ Black Sapphire, Dark Asteroid, Meteor Flash, Bronze Dusk, Misty Leaf, และ Rose Gold ซึ่งไม่เพียงแค่ดีต่อสายตาเท่านั้น แต่ยังถูกออกแบบให้จับถนัดมือ ลดโอกาสลื่นหล่น เพิ่มความมั่นใจในการใช้งานได้ทุกสถานการณ์
ระบบแบตเตอรี่จุใจ ชาร์จไว ใช้ได้นาน

อีกหนึ่งจุดขายที่ผู้ใช้ต่างชื่นชอบคือแบตเตอรี่ที่อัปเกรดขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน ด้วยความจุแบตเตอรี่ 440 mAh มากกว่ารุ่น Infinity รุ่นแรกถึง 130% ทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้นแม้จะสูบบ่อยครั้งในหนึ่งวัน ยิ่งไปกว่านั้น ยังรองรับระบบชาร์จเร็ว (Fast Charging) ผ่านพอร์ต USB Type-C โดยสามารถชาร์จได้ถึง 80% ภายในเวลาเพียง 15 นาที และเต็ม 100% ภายในประมาณครึ่งชั่วโมง ซึ่งตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ไม่ชอบรอหรือมีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อชาร์จเต็ม เพื่อรักษาสภาพแบตเตอรี่ไม่ให้เสื่อมเร็ว ช่วยให้สามารถใช้งานเครื่องได้นานเป็นปีหากดูแลอย่างถูกวิธี
ปรับระดับไฟได้ 3 โหมด เพิ่มความอิสระให้กับผู้ใช้งาน
จุดเด่นใหม่ที่น่าจับตามอง คือการเพิ่มฟังก์ชัน “ปรับระดับไฟได้ 3 โหมด” ซึ่งไม่เคยมีในรุ่นก่อนหน้า ได้แก่ Eco Mode (6.5W), Smooth Mode (8W) และ Boost Mode (10W) โดยแต่ละโหมดให้ประสบการณ์การสูบที่ต่างกัน Eco Mode เหมาะสำหรับการใช้งานแบบเบา ๆ สูบได้นาน ช่วยประหยัดแบตเตอรี่ ส่วน Smooth Mode ให้ฟีลกลาง ๆ เหมาะกับผู้ที่ต้องการรสชาติพอดี ๆ และ Boost Mode คือโหมดที่ให้ไฟแรงที่สุด เหมาะกับผู้ที่ชอบกลิ่นชัด ควันแน่น รีดรสได้เต็มคำ ซึ่งการมีระบบนี้ทำให้รุ่นนี้ไม่ได้เป็นแค่พอตระบบปิดธรรมดา แต่ใกล้เคียงกับระบบเปิดในแง่ของความยืดหยุ่น โดยยังคงความสะดวกและปลอดภัยของระบบปิดไว้ครบถ้วน
โหมดการสูบ 3 ระดับที่ผู้ใช้สามารถปรับได้ตามความต้องการ:
-
Eco Mode (6.5W): ประหยัดพลังงาน เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป.
-
Smooth Mode (8W): โหมดมาตรฐานที่ให้ความนุ่มนวลในการสูบ.
-
Boost Mode (10W): เพิ่มความเข้มข้นของการสูบ รีดกลิ่นและควันได้ดีที่สุด
รองรับหัวพอตหลายรุ่น เพิ่มความคุ้มค่าการใช้งาน
หนึ่งในฟีเจอร์ที่ทำให้ได้รับความนิยมคือความสามารถในการรองรับหัวพอตหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น RELX Pod Pro, RELX Pod Pro 2, Marbo Zero Pod, หรือพอตที่ใช้ขั้วแม่เหล็กแบบเดียวกัน ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้น้ำยากลิ่นต่าง ๆ จากแบรนด์หรือรุ่นอื่นได้ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว ไม่ต้องซื้อหัวพอตใหม่ทุกครั้ง และยังเพิ่มทางเลือกในเรื่องกลิ่นและระดับนิโคตินที่หลากหลายมากขึ้นอีกด้วย โดยระบบของเครื่องสามารถปรับการจ่ายไฟให้เหมาะสมกับหัวพอตที่ใช้อยู่โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องตั้งค่าหรือปรับอะไรเพิ่มเติม เพียงเสียบหัวพอตแล้วสูบได้เลย จึงเหมาะสำหรับทั้งผู้ใช้ทั่วไปและผู้ที่ต้องการทดลองกลิ่นใหม่ ๆ โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง
สรุป
หากคุณเป็นคนที่กำลังมองหาพอตระบบปิดที่ให้ฟังก์ชันเกือบเทียบเท่าระบบเปิด คือตัวเลือกที่น่าลงทุนมากที่สุดรุ่นหนึ่งในปี 2024–2025 ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์การปรับไฟที่ยืดหยุ่น แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน ชาร์จไว ดีไซน์พรีเมียม และรองรับหัวพอตหลากหลาย ทำให้สามารถใช้งานได้ครอบคลุมทั้งในด้านรสชาติ ฟีลสูบ และความสะดวกในการดูแลรักษา โดยตัวเครื่องมีราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 1090 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับฟีเจอร์ทั้งหมดที่มี เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่วงการพอต และผู้ใช้งานระดับกลางถึงสูงที่ต้องการพอตคุณภาพดีในงบที่จับต้องได้
